CODE: JUNE16 GET: 16.- MIN. SPEND 499.- CODE: JUNE66 GET 66.-MIN. SPEND 899.- CODE: JUNE296 GET 296.- MIN. SPEND 1,499.- 1 JUN 2022 – 30 JUN 2022

ประกาศเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

   บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความ สำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน (“ข้อมูล”) เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่า บริษัท มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) นี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงแก่ท่านถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดยบริษัท รวมถึงเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของบริษัท โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้

ขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย 

   นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทในปัจจุบัน และที่อาจมีในอนาคต ซึ่งถูกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท เจ้าหน้าที่ พนักงานตามสัญญา หน่วยธุรกิจ หรือหน่วยงานรูปแบบอื่นที่ดำเนินการโดยบริษัท และรวมถึงคู่สัญญา หรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของบริษัท (“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดย บริษัท (รวมเรียกว่า “บริการ”)

   โดยบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัท ตามความในวรรคแรก รวมถึง ข้อ 1-6 ตามรายละเอียดด้านล่าง เรียกรวมกันว่า “ผู้ใช้บริการ”

   1. ลูกค้าบุคคลธรรมดา

   2. เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน ลูกจ้าง

   3. คู่ค้าและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

   4. กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้แทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกัน ของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท

   5. ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของ บริษัท

   6. ผู้เข้าชมหรือใช้งานเว็บไซท์ www.sabina.co.th รวมทั้งระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ซึ่งควบคุมดูแลโดยบริษัท

   7. บุคคลอื่นที่ บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้สมัครงาน ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ผู้ค้ำประกัน ผู้รับ ประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น

   นอกจากนโยบายฉบับนี้แล้วบริษัท อาจกำหนดให้มีคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้ใช้บริการได้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผล วัตถุประสงค์และเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นเป็นการเฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันในสาระสำคัญระหว่างความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและนโยบายนี้ ให้ถือตามความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบริการนั้น

   นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ มีผลใช้บังคับกับการให้บริการของบริษัทเท่านั้น ไม่มีผลใช้บังคับกับแอปพลิเคชัน และบริการหรือเว็บไซต์อื่นๆที่อาจมีการเชื่อมต่อซึ่งเป็นของบุคคลภายนอก ที่บริษัทไม่มีอำนาจควบคุม และเป็นส่วนที่ ผู้ใช้ บริการต้องทำความตกลง และศึกษาเกี่ยวกับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้แอปพลิเคชัน บริการ หรือเว็บไซต์ดังกล่าวแยกต่างหาก

   หากผู้ใช้บริการไม่ตกลงตามเงื่อนไขของนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือฉบับแก้ไขอื่นๆ บริษัทสงวนสิทธิ ที่จะห้าม หรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการดังกล่าวใช้บริการของบริษัท เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ นโยบายฉบับนี้ มีความผลจำเป็นโดยตรงต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ให้บริการโดยบริษัทแก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้การที่ผู้ใช้บริการยังคงใช้บริการของบริษัทอยู่ ผู้ใช้บริการดังกล่าวจะถือว่ายอมรับนโยบายฉบับนี้เสมอ

   บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และให้สอดคล้องกับการให้บริการต่างๆของบริษัท ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการเปลี่ยนแปลง ด้วยการประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงใหม่ให้ผู้ใช้บริการทราบ โดยนโยบายนั้นจะถือว่ามีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทได้ประกาศ

ลักษณะข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทประมวลผลในการให้บริการของบริษัท

   ในการให้บริการ บริษัทจะเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จากการที่ผู้ใช้บริการดำเนิน การผ่านระบบการให้บริการ ดังต่อไปนี้

   1. ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนโดยตรง อาทิ ชื่อ อายุ สัญชาติ วันเกิด

   2. ข้อมูลการติดต่อ อาทิ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร อีเมล

   3. ข้อมูลการชำระเงิน อาทิ รายละเอียดการชำระเงิน บัตรเครดิต และบัญชีธนาคาร

   4. ข้อมูลการใช้บริการ อาทิ ชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน ประวัติการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการ ดำเนินการ รวมถึง ความสนใจของต่างๆของผู้ใช้บริการ

   5. ข้อมูลทางเทคนิคในการระบุตัวตน อาทิ หมายเลขระบุตำแหน่งคอมพิวเตอร์ (IP Address) ข้อมูลการใช้งาน การงค่าและการเชื่อมต่อบราวเซอร์ของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้บริการ ใช้ในการใช้ บริการของบริษัท

   6. ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่าย เช่น ภาพจาก CCTV

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

   1. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อการให้บริการที่กำหนดและระบุไว้ สำหรับแต่ละเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท อันรวมถึงเพื่อการยืนยันตัว ตนและติดตามในการทำธุรกรรมต่างๆ ของผู้ใช้บริการ เพื่อการตรวจสอบเงื่อนไขการชำระเงิน ค่าบริการ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการ เป็นต้น

   2. บริษัทมีความจำเป็นเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อการวิเคราะห์ความสนใจ ของผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถเสนอสิทธิประโยชน์หรือบริการ ตามความสนใจของผู้ใช้ บริการได้มากขึ้น หรือ เพื่อการสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ

   3. บริษัทมีความจำเป็นจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ให้บริการ สนับสนุนอื่นๆ เช่น การติดต่อสอบถามข้อมูลติชมแสดงความคิดเห็นหลังการบริการ หรือ การส่งคำร้องต่างๆ

   4. บริษัทมีความจำเป็นจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และ ระเบียบบังคับใช้ ของรัฐ เช่น การจัดทำเอกสารภาษี หัก ณ ที่จ่าย หรือการดำเนินการอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด

  5. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ประมวลผลข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่าย เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในและบริเวณโดยรอบบริษัท หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐาน

   กรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่

   ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บและรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้ตลอดระยะเวลา ตราบเท่าที่ผู้ใช้บริการยังคงเป็นผู้ใช้บริการของบริษัทอยู่ และบริษัทสงวนสิทธิเก็บข้อมูลไว้อีกเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี หลังจากผู้ใช้บริการยกเลิกการใช้บริการ เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและต่อสู้สิทธิต่างๆของบริษัท รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งกำหนดให้บริษัทมีหน้าที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาอื่น บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาที่นานกว่า 3 ปี

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

   เพื่อการให้บริการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ บริษัทอาจมีความ จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ ใช้บริการ ในกรณี ดังนี้

   1. บริษัทอาจมีความจำเป็นเปิดเผยให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ที่ได้รับการว่าจ้างจาก บริษัทให้ช่วยเหลือ สนับสนุนการให้บริการของบริษัท เช่น ที่ปรึกษา ผู้รับจ้างให้บริการ ผู้รับ จ้างขนส่ง รวมถึงผู้ให้บริการภายนอกที่ ให้บริการประเมินการบริการของบริษัท เช่น Google Analytics ทั้งนี้บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็น เท่านั้น

   2. บริษัทอาจเปิดเผยด้วยการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระบบระบบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้บริการ ได้แก่ ตั้งเซิฟเวอร์ด้วยตนเอง , Amazon AWS, Microsoft Azure เป็นต้น

  3. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูล ด้วยความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปกป้องและต่อสู้สิทธิของบริษัท หรือเพื่อการป้องกันและตรวจสอบลักษณะการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท โดยผู้ใช้บริการ ในลักษณะต่างๆ โดยบริษัทจะดำเนินการดังกล่าวเท่าที่จำเป็น เท่านั้น

  4. ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย หรืออยู่ภายใต้บังคับคำพิพากษา หรือคำสั่งของ หน่วยงานราชการ บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลให้แก่ หน่วยงานดังกล่าว เพื่อ เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ที่มีตามกฎหมาย

Cookies ที่บริษัทใช้ในการให้บริการ

   Cookies คือ text files ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการ ใช้เพื่อจัดเก็บรายละเอียดข้อมูล log การ ใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือพฤติกรรมการใช้บริการของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ เพื่อรับประกันประสิทธิภาพใน การให้บริการของบริษัทแก่ผู้ใช้บริการ บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้หลายประเภทเพื่อจุดประสงค์ ต่างกันไป ดังที่ระบุต่อไปนี้

   1. Functionality Cookies: ใช้ในการจดจำสิ่งที่ผู้ใช้บริการเลือก หรือตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ภาษา ฟ้อนต์ และรูปแบบแพลตฟอร์ม เพื่อการนำเสนอข้อมูลที่ตรงความต้องการ เฉพาะบุคคล ให้แก่ผู้ใช้บริการได้มาก ขึ้น ตามการตั้งค่าต่างที่เลือกไว้

   2. Advertising Cookies: ใช้ในการจดจำสิ่งที่ท่านเคยเยี่ยมชมและรวมถึง ลักษณะการใช้ บริการของผู้ใช้บริการเพื่อนำเสนอสินค้า หรือบริการที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของ ผู้ใช้บริการ และใช้เพื่อการประเมิน ประสิทธิผลของการใช้ฟังก์ชั่นต่างๆของระบบ

  3. Strictly Necessary Cookies เป็นคุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานเพื่อ การให้บริการของบริษัท มีความจำเป็นเพื่อให้การใช้บริการโดยผู้ใช้งานสามารถทำได้ อย่างทั่วถึงและปลอดภัย

  แม้ว่าการใช้คุกกี้จะมีประโยชน์ในการเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ และการทำงานให้บริการ ของบริษัท แต่หากผู้ใช้บริการต้องการ ผู้ใช้บริการสามารถลบการตั้งค่าคุกกี้บน Browser ของตน เองได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการต้องรับทราบว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประ สิทธิภาพในการทำงานให้บริการของบริษัทได้ในบางส่วน ตามจุดประสงค์การทำงานของคุกกี้ที่ระบุไว้

รับประกันการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลที่เหมาะสม

   บริษัทรับประกันจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดย มิชอบ นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติภายในเพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรักษาความลับ และความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเพื่อความเหมาะสม ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

   บริษัทรับทราบ และเคารพสิทธิตามกฎหมายของผู้ใช้บริการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านผู้ใช้บริการ ซึ่งได้แก่ สิทธิ ดังนี้

   1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันและ ถูกต้อง

   2. สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัททำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้ งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอให้ส่งหรือ โอน ข้อมูลรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

  3. สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

  4. สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นหรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอม

  5. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบ หรือ เมื่อข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น

  6. สิทธิถอนความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยให้ไว้

  ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อมายังบริษัท เพื่อขอใช้สิทธิข้างต้นได้ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ บริษัทได้กำหนดไว้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาการ ขอใช้สิทธิ ให้ผู้ใช้บริการทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่เราได้รับคำร้องขอดังกล่าว

วิธีการติดต่อบริษัทฯ

   บริษัทฯ ได้มอบหมายให้บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีทส์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

สถานที่ติดต่อ : 12 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700

อีเมล : [email protected]

ลูกค้าสัมพันธ์ : 024229430

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2565

ประกาศเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพนักงาน

   บริษัท บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด ในฐานะนายจ้างของพนักงาน ("บริษัท") ออกประกาศบริษัท เรื่องนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง ("พนักงาน") พึงรับทราบเกี่ยวกับสิทธิและเงื่อนไขต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้เรียกว่า “ประกาศบริษัทเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” และให้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่บริษัทประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 2 บรรดาประกาศระเบียบ คำสั่ง คู่มือการปฏิบัติงานของบริษัท และ/หรือ แนวปฏิบัติงานใดๆ ที่บริษัทได้ออกบังคับใช้ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปตราบเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในประกาศนี้ โดยหากมีข้อความหรือถ้อยคำใดๆที่ขัด/หรือแย้งกับประกาศฉบับนี้ ให้ถือเอาข้อความ/ถ้อยคำในประกาศ ฉบับนี้มีผลบังคับ แต่ทั้งนี้ไม่มีผลให้การปฏิบัติที่ผ่านมาก่อนประกาศฉบับนี้เสียไป เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 3 การประมวลผลข้อมูลที่ระบุไว้ภายใต้ประกาศบริษัทฉบับนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการ ในฐานะนายจ้างในลักษณะที่ (ก) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งพนักงานทุกคนเป็นคู่สัญญา (ข) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและการประกันสังคม สำหรับพนักงาน และ (ค) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้าง เช่น หน้าที่เกี่ยวข้องกับการชำระภาษีอากร และหน้าที่ ตามกฎหมายอื่น ดังนั้นถือว่าตราบเท่าที่พนักงานยังคงสถานะเป็นพนักงานของบริษัทอยู่ บริษัทในฐานะนายจ้าง ย่อมมีสิทธิ ที่จะเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล รวมถึงเปิดเผยข้อมูลของพนักงานได้ตามจุดประสงค์ที่ระบุไว้

ข้อ 4 บริษัทอาจปรับปรุงประกาศฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและกฎหมายข้อบังคับที่ เกี่ยวข้อง และให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน หรือการดำเนินการให้การคุ้มครองแรงงาน หรือสวัสดิการต่างๆ แก่พนักงาน ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้พนักงานทราบถึงการเปลี่ยนแปลง ด้วยการติดประกาศฉบับปรับปรุงใหม่ที่สำนักงานของบริษัท โดยประกาศนั้นจะถือว่ามีผลบังคับใช้ เมื่อบริษัทได้ประกาศ

ข้อ 5 บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานดังต่อไปนี้ จากแหล่งที่มาดังนี้ (ก) ได้รับโดยตรงจากพนักงาน (ข) ได้รับจากแหล่งข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อ เช่น ที่ทำงานก่อนหน้าของพนักงาน ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติ ผู้ให้บริการจัดหาแรงงานต่างๆ หรือ (ค) จากการรวบรวม ประเมินผลด้วยดุลพินิจของบริษัทในฐานะนายจ้าง ระหว่างการว่าจ้างงานภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

   1. ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนพนักงานได้โดยตรง อาทิ ชื่อ เลขที่และสำเนาบัตรประจำประชาชน อายุ สัญชาติ วันเกิด

   2. ข้อมูลการติดต่อ อาทิ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร อีเมล

   3. ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการทำงาน เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ความสามารถต่างๆ ประวัติ อาชญากรรม ประวัติสุขภาพ

   4. ข้อมูลการชำระเงิน อาทิ รายละเอียดเพื่อการชำระเงิน เช่น บัญชีธนาคาร ประวัติการเบิก-จ่ายเงินต่างๆโดย พนักงานรายนั้นๆ เงินเดือน เลขที่ประกันสังคม รายละเอียดประกันชนิดต่างๆ รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

   5. ข้อมูลการทำงาน เช่น ประวัติการเข้าทำงาน โดยระบบบันทึกการทำงานในรูปแบบต่างๆ แบบประเมิน ความสามารถและการวัดผลต่างๆ ประวัติการลา

   6. ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่าย เช่น ภาพจาก CCTV

ข้อ 6 บริษัทมีวัตถุประสงค์หลักในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ที่ระบุไว้ในข้อ 5 ภายใต้กรอบการประมวลผลหลักที่ระบุไว้ในข้อ 3 ดังนี้

   1. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตนโดยตรงของพนักงานและข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการทำงาน เพื่อการประเมินความเหมาะสมในการจ้างพนักงานดังกล่าว ทั้งในขณะก่อนการว่าจ้างแรงงาน และระหว่างการว่าจ้างแรงงาน ซึ่งบริษัทอาจทบทวนปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้ทันสมัยได้ตลอดระยะเวลาการจ้าง เพื่อจุดประสงค์การพิจารณาความเหมาะสมของพนักงานดังกล่าว

   2. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลผลข้อมูลการติดต่อของพนักงาน เพื่อการติดต่อประสานงานกับพนักงานในกรณีต่างๆที่จำเป็น

   3. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลการชำระเงินของพนักงาน เพื่อการปฏิบัติหน้าที่จ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการผลประโยชน์ต่างๆในการจ้างงานให้แก่พนักงาน โดยสอดคล้องกับหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการชำระภาษีอากร รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคม และสวัสดิการที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

   4. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลการทำงานของพนักงาน เพื่อการประเมินความสามารถ และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานแต่ละราย หรือใช้ในการบังคับมาตรการลงโทษต่อพนักงานที่อาจปฏิบัติไม่สอดคล้อง หรือละเมิดหน้าที่การจ้างงานที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิที่บริษัทมีในฐานะนายจ้างภายใต้สัญญาจ้างแรงงาน และเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

   5. บริษัทมีความจำเป็นเก็บ รวบรวม ใช้ประมวลผลข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่าย เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในและบริเวณโดยรอบบริษัท หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่

ข้อ 7 บริษัทประกาศกำหนดเงื่อนไขการเก็บและรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไว้ ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างแรงงานของพนักงานแต่ละคน และเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี หลังจากการยกเลิกสัญญาจ้างแรงงานดังกล่าว ทั้งนี้ การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายหลังสิ้นสุดการจ้างแรงงานนั้น เป็นกรณีบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและต่อสู้สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายต่างๆของบริษัท

ข้อ 8 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่นายจ้างภายใต้สัญญาจ้างแรงงาน บริษัทแจ้งความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานภายใต้หลักการ ดังนี้

   1. เปิดเผยให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ที่ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทให้ช่วยเหลือ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่นายจ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงาน เช่น ผู้ให้บริการประกัน ผู้ให้บริการบริหารจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ (HRM) หรือให้บริการพัฒนาบุคลากร (HRD) หรือผู้ให้บริการสนับสนุนด้านอื่นๆ โดยจะเป็นการเปิดเผยบนหลักการเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

   2. เปิดเผยด้วยการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระบบ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้บริการ ได้แก่ ตั้งเซิฟเวอร์ด้วยตนเอง , Amazon AWS, Microsoft Azure เป็นต้น

   3. เปิดเผยตามหน้าที่ที่บริษัทมีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กรมสรรพากร หรือ สำนักงานประกันสังคม หรือการเปิดเผยในกรณีบริษัทอยู่ภายใต้บังคับคำพิพากษา หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ ให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น

ข้อ 9 บริษัทรับประกันจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ เพื่อรักษาความลับ และความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้บริษัท จะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเพื่อความเหมาะสม ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 10 บริษัทยืนยันสิทธิตามกฎหมายของพนักงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

   1.สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน และถูกต้อง

   2. สิทธิขอรับหรือขอให้ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัททำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไป ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

   3. สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

   4. สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็น หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอม

   5. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้อง ลบ หรือ เมื่อ ข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น

   6. สิทธิถอนความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลที่พนักงานเคยให้ไว้ ทั้งนี้ พนักงานสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการขอใช้สิทธิข้างต้นได้ ตามรายละเอียดการติดต่อที่บริษัทได้กำหนดไว้ในข้อ 11 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาคำร้องของพนักงานให้ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอดังกล่าว /p>

วิธีการติดต่อบริษัทฯ

   บริษัทฯ ได้มอบหมายให้บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

สถานที่ติดต่อ : 12 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700

อีเมล : [email protected]

ลูกค้าสัมพันธ์ : 024229430

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2565

ประกาศเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า

   บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีทส์ จำกัด ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโดยตรงจากคุณผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

  • การสมัครสมาชิก
  • Facebook Login

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง เป็นต้น

ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น

ข้อมูลบัญชี เช่น บัญชีผู้ใช้งาน ประวัติการใช้งาน เป็นต้น

หลักฐานแสดงตัวตน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง เป็นต้น

ข้อมูลการทำธุรกรรมและการเงิน เช่น ประวัติการสั่งซื้อ รายละเอียดบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร เป็นต้น

ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP address, Cookie ID, ประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Activity Log) เป็นต้น

ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้เยาว์

   หากคุณมีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือมีข้อจำกัดความสามารถตามกฎหมาย เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราอาจจำเป็นต้องให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองของคุณให้ความยินยอมหรือที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ หากเราทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เราจะดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกจากเซิร์ฟเวอร์ของเรา

วิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เราเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ดังต่อไปนี้

  • ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งาน
  • เพื่อจัดส่งสินค้าหรือบริการ
  • เพื่อปรับปรุงสินค้า บริการ หรือประสบการณ์การใช้งาน
  • เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัท
  • เพื่อการตลาดและการส่งเสริมการขาย
  • เพื่อการบริการหลังการขาย
  • เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ
  • เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ
  • เพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข (Terms and Conditions)

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของคุณหรือที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ ดังต่อไปนี้

ผู้ให้บริการ

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบางอย่างให้กับผู้ให้บริการของเราเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น การชำระเงิน การตลาด การพัฒนาสินค้าหรือบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ให้บริการมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนเอง

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคล องค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ โดยเราจะดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังประเทศปลายทางนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ หรือกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่คุณเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับเราหรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้น หากมีกฎหมายกำหนดไว้ เราจะลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของคุณได้ เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณมีสิทธิในการดำเนินการดังต่อไปนี้

สิทธิขอถอนความยินยอม (right to withdraw consent) หากคุณได้ให้ความยินยอม เราจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่คุณให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น คุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา

สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (right to access) คุณมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราและขอให้เราทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่คุณ รวมถึงขอให้เราเปิดเผยว่าเราได้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาได้อย่างไร

สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (right to data portability) คุณมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีที่เราได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

สิทธิขอคัดค้าน (right to object) คุณมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่คุณสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์

สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (right to erasure/destruction) คุณมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของคุณหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวคุณได้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเห็นว่าเราหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อคุณได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (right to restriction of processing) คุณมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่เราอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของคุณหรือกรณีอื่นใดที่เราหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่คุณขอให้เราระงับการใช้แทน

สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (right to rectification) คุณมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

สิทธิร้องเรียน (right to lodge a complaint) คุณมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากคุณเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คุณสามารถใช้สิทธิของคุณในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยติดต่อมาที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราตามรายละเอียดท้ายนโยบายนี้ เราจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่เราได้รับคำขอใช้สิทธิจากคุณ ตามแบบฟอร์มหรือวิธีการที่เรากำหนด ทั้งนี้ หากเราปฏิเสธคำขอเราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้คุณทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น

การโฆษณาและการตลาด

เพื่อประโยชน์ในการได้รับสินค้าหรือบริการของเรา เราใช้ข้อมูลของคุณเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงสินค้าหรือบริการ และทำการตลาดผ่าน Google, Facebook, pixel tracking code และอื่น ๆ เราใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สินค้าหรือบริการเหมาะสมกับคุณ

เว็บไซต์ของเราอาจแสดงโฆษณาจากบุคคลที่สามเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการของเรา เช่น Google AdSense, BuySellAds บุคคลที่สามเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อดำเนินการเหล่านี้เท่านั้น และมีหน้าที่ไม่เปิดเผยหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น

เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)

เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของคุณให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราใช้คุกกี้ (Cookies)หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน เพื่อพัฒนาการเข้าถึงสินค้าหรือบริการ โฆษณาที่เหมาะสม และติดตามการใช้งานของคุณ เราใช้คุกกี้เพื่อระบุและติดตามผู้ใช้งานเว็บไซต์และการเข้าถึงเว็บไซต์ของเรา หากคุณไม่ต้องการให้มีคุกกี้ไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถตั้งค่าบราวเซอร์เพื่อปฏิเสธคุกกี้ก่อนที่จะใช้เว็บไซต์ของเราได้

การรักษาความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตามหลักการ การรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย นอกจากนี้เราจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control)

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเกิดขึ้น เราจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคุณ เราจะแจ้งการละเมิดให้คุณทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น

การแจ้งขอลบข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้และไม่สามารถทำการแก้ไขได้ทางออนไลน์นั้น ท่านสามารถติดต่อยื่นคำขอกับทางบริษัทโดยตรงเพื่อทำการแก้ไขหรือลบได้ โดยส่งคำขอผ่านทางอีเมล

โดยส่งคำขอผ่านทางอีเมล [email protected] เพื่อแจ้งความประสงค์จะแก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่าน บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อยืนยันตัวตนของท่านก่อนที่จะอนุญาตให้ทำการเข้าถึงหรือทำการแก้ไขข้อมูล ขั้นตอนเหล่านี้ประกอบด้วยการยืนยันที่อยู่อีเมลที่ท่านแจ้งพร้อมกับคำขอของท่าน จากนั้นอาจมีการระบุขอข้อมูลตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น หมายเลขโทรศัพท์ของท่าน ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงินหรือจัดส่งสินค้า ประวัติการสั่งซื้อ สำเนาบิลค่าสาธารณูปโภค อีเมลที่แสดงการยืนยันคำสั่งซื้อ/การจัดส่ง และ/หรือประกาศที่ลงนามไว้

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

เราอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เป็นครั้งคราว โดยคุณสามารถทราบข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรานโยบายนี้แก้ไขล่าสุด และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565

นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์อื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับการเสนอสินค้า บริการ และการใช้งานบนเว็บไซต์สำหรับลูกค้าของเราเท่านั้น หากคุณเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางเว็บไซต์ของเรา การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้น ซึ่งเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

วิธีการติดต่อบริษัทฯ

   บริษัทฯ ได้มอบหมายให้บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

สถานที่ติดต่อ : 12 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700

อีเมล : [email protected]

ลูกค้าสัมพันธ์ : 024229430

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2565

ประกาศเรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)

   บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้น และ/หรือ ผู้รับมอบฉันทะ จึงขอแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ท่านทราบเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยวิธีปฏิบัติ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ (วิธีปฏิบัติ) จะครอบคลุมถึงวิธีเก็บรวบรวม ใช้งาน เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลที่สามารถระบุยืนยันตัวตนของผู้ถือหุ้นและ/หรือผู้รับมอบฉันทะได้ทั้งทางตรงและ/หรือทางอ้อม โปรดสละเวลา เพื่อศึกษา วิธีปฏิบัติและสิทธิต่างๆ เพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจน ดังนั้นในกรณีที่ท่านได้มีการมอบฉันทะให้บุคคลอื่น เข้าร่วมประชุมแทน ขอให้ ท่านแจ้งวิธีปฏิบัตินี้ให้ผู้รับมอบฉันทะทราบด้วย

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวม

   บริษัทจะรับและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากผู้ถือหุ้น และ/หรือ ผู้รับมอบฉันทะ และจาก บริษัท ศูนย์รับ ฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ ให้ทำหน้าที่นายทะเบียนหุ้นของบริษัทฯ โดยข้อมูลส่วน บุคคลประกอบด้วย

  1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ได้แก่ คำนำหน้านาม ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน รหัสหลังบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล รหัสไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อีเมลล์ เลขประจำตัวผู้ถือหุ้น เลขบัญชีธนาคาร ภาพถ่าย เสียง ภาพเคลื่อนไหว หรือทั้งเสียงและภาพเคลื่อนไหวจากการบันทึกวีดีโอและ/หรือจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และ/หรือจากการถ่ายทอดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือด้วยวิธีการอื่นใดที่บริษัทฯได้จัดเตรียมไว้

   1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว ได้แก่ ข้อมูลภาพใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตน ผ่านระบบตรวจสอบและจดจำใบหน้า (face recognition)

2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้งาน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของบริษัทฯ

   บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  2.1 เรียก จัดให้มี และดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ รวมถึง กฎหมาย ประกาศ และหลักเกณฑ์ที่ราชการกำหนดเกี่ยวกับการจัดประชุมรวมถึงการจัดทำรายงานการประชุม

   2.2 อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีข้อ 2.1 รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงที่ปรึกษาใน การจัดประชุม

3. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

   เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งรวมถึงสิทธิ ในการถอนความยินยอม สิทธิในการขอเข้าถึงและรับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการขอให้ โอนข้อมูล ส่วนบุคคลตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด สิทธิร้องเรียน และสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้งาน หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน

4. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

   บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 1 ตลอดระยะเวลาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และ/หรือ ตามความจำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ 2

5. การติดต่อบริษัทฯ เพื่อใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

สถานที่ติดต่อ : 12 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700

อีเมล : [email protected]

ลูกค้าสัมพันธ์ : 024229430

ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2565